ค้นหาบล็อกนี้

5/03/2554

อาณาจักรล้านนา


การก่อตั้งอาณาจักร

พญามังราย หรือ เม็งราย กษัตริย์แห่งหิรัญนครเงินยาง องค์ที่ 25 ในราชวงศ์ลวจังกราชปู่เจ้าลาวจก ได้เริ่มตีเมืองเล็กเมืองน้อย ตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำกก แม่น้ำอิง และแม่น้ำปิงตอนบน รวบรวมเมืองต่างๆให้เป็นปึกแผ่น นอกจากเงินยางแล้ว ยังมีเมืองพะเยาของพญางำเมืองพระสหาย ซึ่งพญาเม็งรายไม่ประสงค์จะได้เมืองพะเยาด้วยการสงคราม แต่ทรงใช้วิธีผูกสัมพันธไมตรีแทน หลังจากขยายอำนาจระยะหนึ่ง พระองค์ทรงย้ายศูนย์กลางการปกครอง โดยสร้างเมืองเชียงรายขึ้นแทนเมืองเงินยางเนื่องด้วยเชียงรายตั้งอยู่ริมแม่น้ำกกเหมาะเป็นชัยสมรภูมิ ตลอดจนทำการเกษตรและการค้าขาย
หลังจากได้ย้ายศูนย์กลางการปกครองมาอยู่ที่เมืองเชียงรายแล้ว พระองค์ก็ได้ขยายอาณาจักรแผ่อิทธิพลลงทางมาทางทิศใต้ ขณะนั้นก็ได้มีอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อนอยู่แล้วคือ อาณาจักรหริภุญชัย มีนครลำพูนเป็นเมืองหลวงตั้งอยู่ในชัยสมรภูมิที่เหมาะสมประกอบด้วยมีแม่น้ำสองสายไหลผ่านได้แก่แม่น้ำกวงและแม่น้ำปิงซึ่งเป็นลำน้ำสายใหญ่ไหลลงสู่ทะเลเหมาะแก่การค้าขาย มีนครลำปางเป็นเมืองหน้าด่านคอยป้องกันศึกศัตรู สองเมืองนี้เป็นเมืองใหญ่มีกษัตริย์ปกครองอย่างเข้มแข็ง การที่จะเป็นใหญ่ในดินแดนแถบนี้ได้จะต้องตีอาณาจักรหริภุญชัยให้ได้ พระองค์ได้รวบรวมกำลังผู้คนจากที่ได้จากตีเมืองเล็กเมืองน้อยรวมกันเข้าเป็นทัพใหญ่และยกลงใต้เพื่อจะตีอาณาจักรหริภุญชัยให้ได้ โดยเริ่มจากตีเมืองเขลางค์นครนครลำปางเมืองหน้าด่านของอาณาจักรหริภุญชัยก่อน เมื่อได้เมืองลำปางแล้วก็ยกทัพเข้าตีนครลำพูน (แคว้นหริภุญชัย) พระองค์เป็นกษัตริย์ชาตินักรบมีความสามารถในการรบไปทั่วทุกสารทิศ สามารถทำศึกเอาชนะเมืองเล็กเมืองน้อยแม้กระทั่งอาณาจักรหริภุญชัยแล้วรวบเข้ากับอาณาจักรโยนกเชียงแสนได้อย่างสมบูรณ์
หลังจากพญาเม็งรายรวบรวมอาณาจักรหริภุญชัยเข้ากับโยนกเชียงแสนเสร็จสิ้นแล้ว ได้ขนามนามราชอาณาจักรแห่งใหม่นี้ว่า "อาณาจักรล้านนา" พระองค์มีดำริจะสร้างราชธานีแห่งใหม่นี้ให้ใหญ่โตเพื่อให้สมกับเป็นศูนย์กลางการปกครองแห่งอาณาจักรล้านนาทั้งหมด พร้อมกันนั้นก็ ได้อัญเชิญพระสหายสนิทร่วมน้ำสาบานสองพระองค์ได้แก่ พญางำเมืองแห่งเมืองพะเยา และ พ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย มาร่วมกันสถาปนาราชธานีแห่งใหม่ในสมรภูมิบริเวณที่ลุ่มริมฝั่งมหานทีแม่ระมิงค์ แม่น้ำปิง โดยตั้งชื่อราชธานีแห่งใหม่นี้ว่า "นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่" แต่ก่อนที่จะตั้งเมือง พระองค์ทรงได้สร้างราชธานีชั่วคราวขึ้นก่อนแล้ว ซึ่งก็เรียกว่า เวียงกุมกามแต่เนื่องจากเวียงกุมกามประสบภัยธรรมชาติใหญ่หลวงเกิดน้ำท่วมเมืองจนกลายเป็นเมืองบาดาล ดังนั้นพระองค์จึงได้ย้ายราชธานีมาอยู่ ณ นครเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 1839 และได้เป็นศูนย์กลางการปกครองราชอาณาจักรล้านนานับแต่นั้น นครเชียงใหม่มีอาณาบริเวณอยู่ระหว่างเชิงดอยอ้อยช้าง (ดอยสุเทพ) และ บริเวณที่ราบฝั่งขวาของแม่น้ำปิง (พิงคนที) นับเป็นสมรภูมิที่ดีและเหมาะแก่การเพาะปลูกเนื่องจากเป็นบริเวณที่ราบลุ่มมีแม่น้ำไหลผ่าน

การเมือง-การปกครองในสมัยราชวงศ์เม็งราย

พญาเม็งรายมหาราชทรงส่งพระญาติวงศ์ของพระองค์ ไปปกครองหัวเมืองต่างๆ ที่เป็นเมืองขึ้น หรือเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ เช่น เมืองเขลางค์ (ลำปาง) เมืองเขมรัฐเชียงตุง(ในพม่า) และ เชียงรุ้ง (สิบสองปันนาในจีน) ทรงส่งพระราชโอรสไปปกครอง เมืองที่ใหญ่และสำคัญๆ ได้แก่ เมืองนาย (หัวเมืองไทใหญ่) และเชียงราย ซึ่งเคยเป็นเมืองราชธานีของล้านนา
รัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช (พ.ศ. 1985-2030) กษัตริย์องค์ที่ 9 ราชวงศ์เม็งราย พระองค์ได้รับการยกย่องให้มีฐานะเป็น "ราชาธิราช" พระองค์ทรงแผ่ขยายขอบขัณฑสีมาของอาณาจักรล้านนาให้ยิ่งใหญ่และกว้างขวางกว่าเดิม
ในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช อาณาจักรล้านนา ยังได้ทำสงครามกับอาณาจักรอยุธยา ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ ตรงกับรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ นานถึง 25 ปี โดยมีสาเหตุมาจากความต้องการในการแผ่อิทธิพลเข้าไปในสุโขทัยของทั้งสองอาณาจักร แต่ไม่มีฝ่ายไหนได้ชัยชนะอย่างเด็ดขาด ทั้งสองอาณาจักรจึงผูกสัมพันธไมตรีต่อกัน จนกระทั่งอาณาจักรล้านนาตกเป็นประเทศราชของพม่าในปี พ.ศ. 2101

การล่มสลายของอาณาจักร

วัดเจดีย์หลวง สร้างขึ้นในช่วงยุคทองของล้านนา องค์พระเจดีย์พังทลายลงมาด้วยแรงแผ่นดินไหวเมื่อปีพ.ศ. 2088 อันเป็นลางบอกเหตุความแตกแยกในราชสำนักและความอ่อนแอของอาณาจักร
อาณาจักรล้านนาเริ่มเสื่อมลงในปลายรัชสมัย "พญาแก้ว" เมื่อกองทัพเชียงใหม่ได้พ่ายแพ้แก่ทัพเชียงตุงในการทำสงครามขยายอาณาจักร ไพร่พลในกำลังล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ประกอบกับปีนั้นเกิดอุทกภัยใหญ่หลวงขึ้นในเมืองเชียงใหม่ ทำให้บ้านเรือนราษฎรเสียหายและผู้คนเสียชีวิตลงเป็นจำนวนมาก สภาพบ้านเมืองเริ่มอ่อนแอเกิดความไม่มั่นคง หลังจาก "พญาแก้ว" สิ้นพระชนม์ก็เกิดการจลาจลแย่งชิงราชสมบัติ ระหว่างขุนนางมีอำนาจมากขึ้น ถึงกับแต่งตั้งหรือถอดถอนเจ้าได้ เมื่อนครเชียงใหม่ศูนย์กลางอำนาจเกิดสั่นคลอน เมืองขึ้นต่าง ๆ ที่อยู่ในการปกครองของเชียงใหม่จึงแยกตัวเป็นอิสระ และไม่ส่งเครื่องราชบรรณาการอีกต่อไป
เมื่อกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 1 พระเจ้าบุเรงนอง แห่งอาณาจักรตองอูได้ทำศึกมีชัยชนะไปทั่วทุกทิศานุทิศ จนได้รับการขนานนามพระเจ้าผู้ชนะสิบทิศ พระเจ้าบุเรงนองได้ทำศึกยึดครองนครเชียงใหม่ไปประเทศราชได้สำเร็จ รวมทั้งได้เข้าได้ยึดเมืองลูกหลวงและเมืองบริเวณของเชียงใหม่ไปเป็นประเทศราชด้วย ในช่วงแรกนั้นทางพม่ายังไม่ได้เข้ามาปกครองเชียงใหม่โดยตรง เนื่องจากยุ่งกับการศึกกับกรุงศรีอยุธยา แต่ยังคงให้ "พระเจ้าเมกุฎิ" ทำการปกครองบ้านเมืองต่อตามเดิม แต่ทางเชียงใหม่จะต้องส่งเครื่องราชบรรณาการไปให้หงสาวดี ต่อมา "พระเจ้าเมกุฎิ" ทรงคิดที่จะตั้งตนเป็นอิสระ ฝ่ายพม่าจึงปลดออกและแต่งตั้ง "พระนางราชเทวี หรือ พระนางวิสุทธิเทวี" เชื้อสายราชวงศ์เม็งรายพระองค์สุดท้าย ขึ้นเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่แทน จนกระทั่งพระนางราชเทวีสิ้นพระชนม์ ทางฝ่ายพม่าจึงได้ส่งเจ้านายทางฝ่ายพม่ามาปกครองแทน เพื่อคอยดูแลความเรียบร้อยของเมืองเชียงใหม่ ในสมัยนั้นเมืองเชียงใหม่เกือบจะเป็นเมืองพระยามหานครของพม่าแล้ว อีกประการหนึ่งก็เพื่อที่จะเกณฑ์พลชาวเชียงใหม่ และ เตรียมเสบียงอาหารเพื่อไปทำศึกสงครามกับทางกรุงศรีอยุธยา
อาณาจักรล้านนาในฐานะเมืองขึ้นของพม่าไม่ได้มีความสงบสุข มีแต่การกบฎแก่งแย่งชิงอำนาจกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่แต่เชียงใหม่อย่างเดียว เมืองอื่นๆในล้านนาก็ด้วย จนกระทั่งราชวงศ์นยองยาน สถาปนาอาณาจักรรัตนปุระอังวะอีกครั้งจึงหันมาปกครองเชียงใหม่โดยตรง

ที่มา: www.wikipedia.org/wiki/อาณาจักรล้านนา

[แก้]

3/07/2554

Liverpool VS Man U


ผ่านไปแว้ววว วันแดงเดือด!!! กุดจี่เหยียบรถจาก จ.น่าน กลับเชียงใหม่ อย่างรีบสุดๆ ......
ก่อนอื่นต้องขอ Happy Birthday กับ ผู้จัดการทีมลิเวอร์ของเค้าา เคนนี่ ดัลกลิซ อดีตเจ้าของเสื้อเบอร์ 7 ของ

ลิเวอร์พูลในช่วงปี 1977 - 1990

เข้าสู่แดงเดือดอีกครั้ง กุดจี่กลับมาทันเกมส์เริ่มไปสักสิบนาทีได้ รูปเกมส์เป็นยังไงก็ไม่รู้ เพราะกุดจี่มัวแต่

ตื่นเต้นนนน กล้าดูบ้างไม่กล้าดูบ้าง แต่แล้วนาที 34 ลิเวอร์พูลได้ประตูขึ้นนำจากความสามารถ

เฉพาะตัวของหลุยส์ ซัวเรซที่แตะลอดขาราฟาเอลก่อนที่จะมาแตะหลบคาร์ริคและบราวน์เข้าไป

จิ้มลอดขาน้าซาร์บอลไหลจะเข้าประตูอยู่แล้วแต่เค้าท์ก็เข้ามาอัดเต็มข้อเพื่อความชัวร์ทำให้

ประตูนี้เป็นของเดิร์ก เค้าท์ไป ณ เวลานั้น กุดจี่อยากกรี้ดให้ดังสุดๆ แต่ก็มิกล้านะ (กัวๆๆๆๆ)

เกรงใจเหล้าสาวกผีโต๊ะอื่น และก็กลัวว่าแมนยูจะตีคืน 55555555

แต่แล้วก็ได้โอกาสกรี้ดจริงๆ เมื่อ หลังได้ประตูนำแผงหลังขัดตาทัพของผีก็เริ่มออกอาการรวน

และก็มาเสียลูกที่ 2 จากลูกโยนของซัวเรซที่ดูเหมือนไม่มีอะไรแต่ไม่รู้ว่านานี่เหม่อคิดถึงสูตรทำ

โรตีอยู่หรือเปล่าทำให้โหม่งผิดเหลี่ยมบอลย้อนกลับไปหน้าประตูทำให้เค้าท์ได้โขกกดลงพื้น

ผ่านตัวฟานเดอร์ซาร์เป็นประตูที่ 2 ของเค้าท์และทำให้กุดจี่เฮลั่น!!!! อุ่นใจขึ้นเยอะเลยเว้ยยยย

เก็บได้สองเม็ดแว้ววววว

หลังจากที่เสียไป 2 ประตูติด ๆ กัน เจ้าผีก็ดูสูญเสียความมั่นใจไปเยอะ ต่อบอลขาด ๆ เกิน ๆ

กันตลอดและก่อนหมดครึ่งแรก 1 นาทีก็เกิดจังหวะปัญหาเมื่อคาร์ราเกอร์พุ่งเข้าเสียบที่หัวเข่า

ของนานี่จนเกิดเหตุชุลมุนวุ่นวายจนผู้ตัดสินต้องแจกใบเหลืองว่อนและนานี่ถึงกับร้องไห้โฮจาก

อาการบาดเจ็บ แต่ที่แน่ๆ จากภาพที่เห็น รู้ว่าเจ็บนะ แต่ทำไมต้องลุกขึ้นมาด่า ถ้าลุกไม่ได้เรยก็

ว่าไปอย่างนะ นี่ดันลุกมาเถียงกะเจิด! พอเจิดสะกิด ก็ทำหงายล้ม ยังกะโดนกำลังภายในของ

สตีวี กัปตันสุดหล่อเราอย่างนั้น คะแนนความสงสารเลยหายไปเยอะ

หลังจากนั้นเกมส์ก็เดือดจนฟิล ดาวน์ต้องทดเจ็บไปกว่า 4 นาทีและเกมส์หวิดเดือดอีกครั้งเมื่อ

ราฟาเอลปรี่เข้าไปเสียบขาคู่ใส่ลูคัสร้อนถึงสเคอร์เทลพุ่งเข้ามาเอาเรื่องกับราฟาเอลจนเพื่อน ๆ

ต้องเข้ามาห้ามทัพกันให้วุ่นและเรื่องก็จบลงด้วย 2 ใบเหลือง (แต่ฮาสุดคือฟิล ดาวน์ ยืนกอดอก

ดูจนมันทะเลาะกันเองเสร็จถึงเดินมาแจกใบเหลือง55555)

ครึ่งหลังเริ่มขึ้น!!!

กุดจี่ตุ้มๆต่อมๆ กัวเจ้าเหล่าผีแดงไปวางกลยุทธ์มาน่ากัววววว แต่แล้วววววววววว ประตูที่ 3!!!!

นาที 65 ลิเวอร์พูลได้ฟรีคิก ซัวเรซรับหน้าที่นี้ ซัวเรซปั่นด้วยขวาข้ามกำแพงและฟานเดอร์ซาร์

รับกระฉอกมาเข้าทางเค้าท์ที่พุ่งมาซ้ำราวจรวดบอลตุงตาข่ายเป็นแฮททริคแรกของเค้าท์ตั้งแต่

ปี 2005 เลยทีเดียว ฮิ้ววววววววววววววววววววววววววว

หงส์เล่นวันนี้ดีใจมากมาย เพราะแม้จะนำถึง 3-0 แล้ว ก็ยังไม่หยุด ไม่หมดความพยายาม

ยังคงพยายามบุกอย่างเต็มที่ และก็ปิดประตูบ้านเต็มที่เช่นกัน คริ คริ

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บแมนฯ ยูไนเต็ดได้ประตูปลอบใจจากการเปิดของกิ๊กส์มาให้เฮอร์นันเดซโขก

ลงพื้นเข้าไปง่าย ๆให้แมนยูไล่มาเป็น 3-1 แต่ต่อให้ทดสัก 5 นาทีก็ไล่ไม่ทันแว้ววววว เอาลูก

ปลอบใจไปเม็กนึงน๊าาาาาา

จบเกมลิเวอร์พูลถอนแค้นเอาชนะแมนฯ ยูไนเต็ดไปได้ 3-1 กรี๊ดดดด กุดจี่เฮลั่นกลับบ้าน5555

แถมหน่อยท้ายเกมส์ จากลูกที่คาราเกอร์ทำฟลาวนานี่ หลังจบเกมส์ลุงเจมีเราก็เดินบุกไปยัง

ห้องพักผีแดง เพื่อขอโทษนานี่เป็นการส่วนตัว อานะๆๆ เกมส์กีฬา อารายก็เกิดได้ๆๆๆ

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล :
เปเป้ เรน่า 6, เกล็น จอห์นสัน 6.5, เจมี่ คาร์ราเกอร์ 5 , มาร์ติน สเคอร์เทล 7 , ฟาบิโอ ออเรลลิโอ 6(คีร์เกียกอส น.23 7), สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 6.5, ลูคัส เลว่า 7.5, ราอูล เมเรเลส 7.5(แคร์โรลล์ น.74 6.5), มักซี่ โรดริเกวซ 7, เดิร์ค เค้าท์ 9**, หลุยส์ ซัวเรซ 8.5(โคล น.89 -)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 5 , ราฟาเอล ดา ซิลวา 4.5 (โอเช น.76 6), คริส สมอลลิ่ง 5, เวส บราวน์ 5, ปาทริซ เอฟร่า 5, นานี่ 4(เฮอร์นันเดซ น.45 6.5), ไมเคิ่ล คาร์ริค 4.5, พอล สโคลส์ 5 (เฟล็ทเชอร์ น.84 -), ไรอัน กิ๊กส์ 6, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ 6.5, เวย์น รูนี่ย์ 5

แต่งานนี้กุดจี่ขอยกแมนออฟเดอะแมตให้กับความสามารถเฉพาะตัวของหลุยส์ ซัวเรซ จริงๆ

เค้าเทพ!!!!!!!!!!!!!!!!!

และก็คนนี้
v
v
v
v


Credit : www.soccersuck.com
Post by : Miss GudGie

2/10/2554

ความสุข



“Whenever we try to chase a butter fly , it will fly away.
But whenever we sit down quietly , with peace of mind and body ,
There always come beautiful butterflies fluttering around us.
Such is the same with happiness."
-เมื่อใดก็ตามที่เราวิ่งไล่จับผีเสื้อ มันจะยิ่งบินหนีจากเราไป แต่เมื่อใดก็ตามที่เรานั่งลงเงียบๆ นิ่งทั้งกริยา นิ่งทั้งหัวใจ ผีเสื้อแสนสวย ก็จะโบยบินมาอยู่รอบๆตัวเราเสมอ --->ความสุขก็เป็นเช่นนั้น:ประภาส ชลศรานนท์

คำถามในใจของคนหลายๆคนอาจจะตรงกัน เหตุผลใดที่มนุษย์ต้องเกิดมา เหตุผลใดที่มนุษย์ต้องมีสิ่งจำเป็นมากมายที่คอยหล่อเลี้ยง เพื่อให้ชิวิตดำรงอยู่ต่อได้อย่างราบรื่น มนุษย์ ถูกสร้างมาพร้อมกับกับเหตุผลมากมาย แต่สิ่งที่ไม่เคยมีเหตุผลอย่างชัดเจนสำหรับมนุษย์เลย คือ เราเกิดมาทำไม? มนุษย์ เกิดมาเพื่อแสวงหา ? เกิดมาเพื่อสร้าง? เกิดมาเพื่อทำลาย? หรือเกิดมาเพียงเพื่อไขว่คว้าหาความสุข? เพราะเรา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มนุษย์ ดำรงชีวิตอยู่ได้ ด้วยการขวานขวายหาคำว่าความสุข ทุกคนทำทุกอย่าง ไม่ว่ากิน นอน ทำงาน ฯลฯ เหล่านี้ล้วนคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข ความสุขของมนุษย์โลกทุกคนแตกต่างกันออกไปต่างๆนานา บางคนสุขที่ได้กิน บางคนสุขที่ได้นอน บางคนสุขที่ได้ทำงาน บางคนสุขที่ได้รับ หรือบางคนสุขที่ได้ให้
มากมายหลายชีวิตที่ดิ้นรนแสวงหา สิ่งที่จะนำมาซึ่งคำว่าความสุข หลายคนดิ้นรนแสวงหา จนลืมคิดถึงความถูกต้อง หลายคนดิ้นรนจนลืมคนรอบข้าง สิ่งเหล่านี้ ทำให้เราลืมตัวตนของเรา ลืมสิ่งที่เป็นจิตใจอันบริสุทธิ์นับตั้งแต่เราเกิดมาบนโลกนี้ เคยมีสักกี่คนกัน ที่นั่งคุยกับตัวเอง เราเคยนั่งถามตัวเองหรือไม่ ว่าเราเหนื่อยไหม เรามีความสุขจริงๆไหม
จิตใจคนเรา ยากแท้หยั่งถึง หากเพียงเราหยั่งถึงจิตใจตัวเองได้ เราก็เข้าใจตัวเอง เข้าใจคนอื่น แต่หากตัวเรายังไม่เข้าใจตัวเราเอง เราก็ไม่อาจสามารถเข้าใจใครได้อย่างถ่องแท้ ดังนั้น การรู้จักตัวเองให้ดีที่สุด ก็คือจุดเริ่มต้นของคำว่าความสุขอย่างแท้จริง

มันไม่แปลกเลยที่หลายๆคนมีความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว เฝ้าคิดว่าสิ่งนี้คือความทุกข์ หรือ พาลไปคิดว่ามันคือเวรกรรม แท้จริงแล้ว การรู้จักตัวเองและการยอมรับตัวเอง คือยารักษาความเหงาที่ดีที่สุด เพราะถ้าเราเข้าใจ และรู้จักตัวเองแล้ว เราก็มีเพื่อนหนึ่งคนคือ ตัวเราเอง เมื่อเราเป็นเพื่อนตัวเราเองได้แล้ว เราก็เป็นเพื่อนคนอื่นได้อย่างดีทีเดียว
มนุษย์! ฝุ่นละอองเล็กๆของจักรวาลนี้ มนุษย์อยู่ไม่ได้ถ้าขาดความสุข ส่วนหนึ่งของความสุขที่ทำให้มนุษย์ดำรงอยู่ได้แฉกเช่นต้นไม้มีน้ำหล่อเลี้ยงตลอด นั่นคือความรัก สำหรับคำว่าความสุขของมนุษย์แล้ว คำว่าความรัก น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับชิวิตมนุษย์ พื้นฐานของความสุข คือความรัก การได้รัก คือการได้มีความสุข การได้รับความรัก ยิ่งมีความสุข แต่สักกี่คน ที่จะมีความสุขกับการได้ให้ไป บางที การได้ลองเป็นผู้ให้สักครั้ง คุณอาจกลายเป็นผู้รับกลับมาอีกพันครั้ง เพราะมนุษย์มาจากธรรมชาติ ยิ่งเรากลับไปหามันมากเท่าไหร่ ก็เท่ากับเรากลับเข้าไปใกล้ตัวเองมากขึ้นเท่านั้น ความสุขที่เราได้เกิดมานับแต่เรายังอยู่ในท้องแม่คือการได้รับ แต่สิ่งหนึ่งที่เรารับรู้ได้คือความรู้สึกของอีกหนึ่งคนที่ให้เรามา เพราะฉะนั้น ธรรมชาติของความสุขมนุษย์ คือการได้รับ และได้ให้ไป
บางทีคนเราก็มองเป้าหมายของชีวิตเป็นรูปธรรมมาก จนละเลยความสุขและความฝันที่อยู่ระหว่างทาง :ประภาส ชลศรานนท์
หากอยากรู้ว่าความสุขจริงๆอยู่ที่ไหน ลองยิ้มให้ตัวเองสักครั้ง ให้เวลากับเพื่อนที่ดีที่สุดของชีวิต นั่นคือ ตัวเราเอง

"Every human being has difficulties in life. But everyone deserves to live happily in this world, in your own way, until you leaves the world without any harm to other to people."
มนุษย์ทุกคนเกิดมามีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น แต่ทุกคนก็มีสิทธิที่จะมีชีวิตบนโลกใบนี้อย่างมีความสุขบนวิถีชีวิตของตัวเอง จนกว่าจะลาจากโลกใบนี้ไปโดยไม่ทำร้ายคนอื่น” :ประภาส ชลศรานนท์

12/04/2553

"ความรัก"

เห้อ!! หลายๆเรื่องผ่านเข้ามาในชีวิตอีกแล้ว หลายๆสิ่งใหม่ ทำให้เรารู้สึกว่า เรามีความสุข

แต่สิ่งที่เราเรียกว่าความสุข บางครั้งมันก็มาพร้อมกับความทุกข์!!!!

ไม่ใช่อะไรหรอก จริงๆมันคือสิ่งที่เราเรียกมันว่ารักนั่นหล่ะ! แน่นอนของคำว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

สิ่งที่เราพยามจะไม่นำเข้ามาในชีวิต ความรัก ทำให้รู้สึกเหนื่อย แต่เรา หยุดรักไม่ได้!!!

เพราะอะไร?????? หลายๆคนพยามตีความหมายของคำว่า "ความรัก"

แต่กับตัวเราเอง ไม่เคยที่จะหาความหมาย เรา หาแค่ความรู้สึก! แต่สุดท้าย ความรู้สึก มันก็บรรยายไม่ถูก

รักทำไม? ทำไมต้องรัก? รักมันเหนื่อยนะ!! แต่มันก็มีความสุขนะ

........เคยพยามที่จะวิ่งหนี สิ่งที่เรียกว่ารัก เพราะคำว่ารักที่ใครหลายๆคนวิ่งเข้าหา มันทำให้เราเหนื่อย เจ็บ!

มันถึงทำให้เรา อยากหนีไกลๆจากความรัก เพราะเราเชื่อว่า เราอยู่ด้วยความรักที่เรามีให้ตัวเราเองได้

.............แต่กับเธอ!!! มายังไงเหรอ รักยังไงเหรอ มันก็งงๆอยู่นะ ฉันรักเธอตั้งแต่เมื่อไหร่? ตั้งแต่แรกเหรอ?

ฉันรัก ตั้งแต่ฉันยังไม่รู้จักเธอด้วยซ้ำไปเหรอ???????

แต่!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เราก็รักกัน!!! จริงเหรอ???? เธอรักฉันเหรอ? ทำไม ฉันไม่เคยรู้สึกมั่นใจเลยหล่ะ?

เธอรัก เพราะเธอเหงา? หรือรัก เพราะเธอรักฉันจริงๆ?....... แคร์ฉันบ้างไม๊? เคยคิดถึงความรู้สึกฉันบ้างไม๊?

เคยคิดบ้างไม๊ว่าฉันคิดอะไรอยู่? เคยคิดบ้างไม๊ว่า "เราจะรักกันนานแค่ไหน"

บางครั้ง เธอไม่พูด แถมไม่แสดงออก อีกคนก็ำไม่เข้าใจหรอกนะ ว่าเธอคิดอะไรอยู่

นั่นหล่ะ ความรัก!!! สิ่งที่ทำให้ทุกข์ใจ ไม่เข้าใจ แต่ทำให้ชีวิตมีแต่คำถาม

แต่มันก็คือ "ความรัก" สิ่งที่เราไขว่คว้ากัน ตามหากัน

มันคือ "ความรัก" สิ่งที่เรา หนีไม่พ้นมันหรอก ถ้ามันเข้ามา!!!

แต่ช่างมันเถอะ เพราะยังไงมันก็คือความรัก

ฉันเอง ไม่รู้หรอกว่า "ฉันมีค่ากับเธอแค่ไหน"

แต่สำหรับฉัน....................................................You are THE BEST !!!


Miss GudGie

Just one day I'm feel lonely/////

11/18/2553

ชีวิต......ไปวันๆ







แล้วแต่ชะตา...ถ้าฟ้าลิขิตปล่อยชีวิต


ให้เป็นไป ใต้ปีกฝันจะดีร้าย สักเพียงใด ก็ช่างมัน


กี่บาดแผล ที่ฟาดฝัน ไม่เห็นแคร์


แล้วแค่ชะตา...ถ้าฟ้ากำหนด


จะสุขสันต์ สักเพียงไหน ในดวงแด


ก็แล้วแต่ วาสนา จะพาไป


แล้วแต่ชะตา...ถ้าฟ้าสั่งจะผิดหวัง


จะสมหวัง เป็นไปได้


จะตายวัน จะตายพรุ่ง ช่างปะไร


เลือกไม่ได้ มีลมหายใจ ไว้ใช้กรรม

7/16/2553

The Lost Symbol



จบแร้ววว กับ The Lost Symbol ถามว่ายังคงเสน่ห์ของ แดน บราวน์ หรือป่าว ก็ถือว่ายังเต็มไปด้วยคุณภาพและรายละเอียด แต่อาจจะมีบางตอนที่อาจจะเยิ่นเย้อเกินไป หนึ่งร้อยหน้าแรก ไม่ไหวจริงๆจนอยากจะเคลียร์กะ แดน บราวน์ กว่าแลงดอนจะได้เข้าไปใน US Capitol น่าเบื่อมาก เพราะระหว่างทางเข้าไปมีแต่พรรณาไปต่างๆนาๆ เลยมะค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่กลางเรื่องก็ถือว่าเป็นฉบับของ แดน บราวน์ เค้าเรย ถอดรหัสไป วิ่งไป งงๆไปบ้าง แต่ตอนจบค่อนข้างผิดหวังแบบบอกไม่ถูก อาจจะเพราะตอนท้ายเรื่องออกแนวๆดราม่ามากไปป่าวก็มะรู้ เหมือนทำมาเพื่อเป็นบทภาพยนตร์มากกว่าหนังสือ! แต่รวมๆ ก็ยังชอบ แดน บราวน์ ไม่รู้ผลงานครั้งต่อไปต้องรออีกกี่ปี ระหว่างรอก็กลับไปอ่านเชอล็อคโฮมไปพลางๆ อิอิ (มะเหงเกี่ยวกะแดนบราวน์นี่หว่าา)